เค.โอ (K.O)

1,290

เลข อย./เลขที่จดแจ้ง : 10-1-15456-1-0017

ปริมาณ : 30 แคปซูล / กล่อง

หมวดหมู่ : อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

สถานะสต๊อกสินค้า : มีสินค้า

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเคโอบำรุงเลือด

อาหารเสริมบำรุงเลือด K.O



K.O เค.โอ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สกัดจากธรรมชาติ เพื่อทำความสะอาดเลือด ช่วยขจัดสารพิษในเลือด ไขมันที่เกาะผนังเลือด และไขมันที่อยู่ในกระแสเลือดออกจากกระแสเลือด เพื่อความสะอาดของหลอดเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น รวมถึงกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด เกล็ดเลือด และปรับสมดุลเลือดให้เหมาะสมต่อร่างกาย


ทาน K.O เค.โอ อาหารเสริมบำรุงระบบเลือด มีผลดีอย่างไร

-  ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องการอุดตันในเส้นเลือด
-  ช่วยให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น
-  กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
-  เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
-  ขับสารพิษและขจัดของเสียที่สะสมในร่างกาย
-  ฟื้นฟูการทำงานของตับ
-  ช่วยบดอาการปวดเมื่อย ตามเนื้อตามตัว ปวดหลัง ปวดเอว
-  ช่วยลดไขมันเลวและเพิ่มไขมันดีในกระแสเลือด
-  ช่วยให้หลับง่ายขึ้น ตื่นขึ้นมาไม่อ่อนเพลีย
-  ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
-  ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น
-  ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
-  กระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมน
- กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและช่วยลดโคเลสเตอรอล, LDL-ไขมันไม่ดี เพิ่ม HDL-ไขมันดี
 




9 ส่วนประกอบสำคัญของ K.O  ใน1แคปซูล

Krill oil Powder
(คริลล์ ออยล์)                          200mg.

Broccoli Extract
(สารสกัดบร็อคโคลี่)                  80mg.

L-arginine Monohydrochloride
(แอลอาร์จีนีน ไฮโดรคอลไรด์)        60mg.

Spirulina Powder
(สไปรูลินา)               50mg.

Apple extract
(สารสกัดจากแอปเปิ้ล)            40mg.

Centella Asiatica Extract
(สารสกัดใบบัวบก)                  30mg.

Grape Seed extract Powder
(สารสกัดจากเมล็ดองุ่น)          30mg.

Coenzyme Q10 10%
(โคเอ็นไซคิวเท็น)                13mg.

Chromium Picolinate
(โครเมี่ยม พิโคลิเนต)            1mg.
 
 
ส่วนประกอบของ K.O ช่วยในด้านใดบ้าง

1. Krill oil Powder

เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากสัตว์ทะเลขนาดจิ๋วในกลุ่มเดียวกับพวกกุ้งขนาดเล็ก ซึ่งมักอาศัยอยู่ใต้ทะเลขนาดลึกของมหาสมุทรแอนตาร์ติกที่มีระบบนิเวศน์ที่ดี เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสะอาด Krill Oil อุดมไปด้วยน้ำมันโอเมก้า 3 ซึ่งประกอบไปด้วยกรดไขมัน EPA และDHA และยังอุดมไปด้วย6,9 นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเบต้าแคโรทีน

ประโยชน์ของ Krill oil

 1. ลดการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้การเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดลดน้อยลง ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และหัวใจทำงานน้อยลง
 2. ช่วยลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลชนิดรวม (Total Cholesterol) และไขมันโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL-Cholesterol) รวมทั้งช่วยเพิ่มไขมันโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-Cholesterol) ซึ่งเป็นไขมันโคเลสเตอรอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
 3. ช่วยลดอาการปวดและอาการอักเสบต่างๆ เช่น อาการปวดก่อนมีรอบเดือน ปวดท้อง เจ็บคัดตึงหน้าอก และอาการไม่สบายต่างๆ
 4. ช่วยให้ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นมากขึ้น
 5. มีผลทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานปกติ หัวใจ สมอง ตับ ไต และอวัยวะอื่นๆ ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้สามารถป้องกันโรคหัวใจ และกลุ่มโรคหลอดเลือดตีบตัน
 6. ช่วยป้องกันการเป็นโรคสมองเสื่อม บำรุงสมอง เสริมความจำ
 7. ป้องกันความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เช่น  จอประสาทตา ไต และหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน
 8. ลดภาวะอักเสบในร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ
 

2. Broccoli Extract (สารสกัดบร็อคโคลี่)

ผักชนิดหนึ่งหรือที่เรียกว่าดอกกะหล่ำดอก มันคือการกลายพันธุ์ของ brassica oleracea ซึ่งเป็นของ brassica cruciferae ส่วนกินได้คือก้านดอกอ่อนสีเขียวและดอกตูม สารสกัดจากบรอกโคลีมีสารอาหารมากมายเช่นโปรตีนน้ำตาลไขมันวิตามินและแคโรทีนเป็นต้นดังนั้นผักชนิดหนึ่งจึงได้รับการยกย่องว่าเป็น "มงกุฎของผัก"  บร็อคโคลี่มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในทางตอนใต้ของยุโรป แถว ๆ ประเทศอิตาลี และภายหลังได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย โดยแหล่งที่ปลูกบร็อคโคลี่มากที่สุดในบ้านเราก็คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ กาญจนบุรี และกรุงเทพ

ประโยชน์ของบร็อคโคลี่

1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา (ซีลีเนียม)
3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก
4. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เรื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง
5. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยสามารถ
6. ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายเซลล์และทำลาย DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
7. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
9. ผักในตระกูลกะหล่ำ มีความสัมพันธ์กับการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองได้ (Strokes)
10. ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
11. ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น
12. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคปอดร้ายแรง
13. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขข้อ
14. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
15. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์
16. ช่วยบำรุงให้หลอดเลือดแข็งแรง
 

3. L-arginine Monohydrochloride
(แอล-อาร์จินีนโมโนไฮโดรคลอไรด์)


เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของต่อมใต้สมอง มีส่วนสำคัญในการสร้างและการหลั่งโกรทฮอร์โมน และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยกระตุ้นการทำงานของต่อมไทมัส  ที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค

ประโยชน์ของL-arginine Monohydrochloride

1.  กระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จากต่อมใต้สมอง
2.  แอลอาร์จินีนเป็นสารหลักในการสร้างสาร Nitric Oxide ไนตริกออกไซด์ ที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด  ปรับสมดุลความดันโลหิต
3.  ช่วยปรับสมดุลคลอเลสเตอรอล
4.  ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
5.  ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
6.  ช่วยให้บาดแผลหายเร็ว
7.  ช่วยเสริมภูมิต้านทาน
8.  ช่วยเสริมสมรรถนะทางเพศ

 
4. Spirulina Powder (สไปรูลินา)

สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) หรือที่รู้จักกันว่า สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว จัดอยู่ในกลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-green algae) เป็นสายพันธุ์ Platensis ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด ซึ่งให้สารคลอโรฟิลล์ในประมาณที่สูงและยังเป็นสาหร่ายที่อุดมไปด้วยสารอาหารโปรตีน60-70%  กรดไขมันจำเป็น วิตามินและเกลือแร่ รวมทั้งสารอาหารอื่นๆอีกมากมายที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย

ประโยชน์ของสาหร่ายสไปรูลิน่า

1.ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เพื่อความแข็งแรงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยคุณสมบัติของโปรตีนที่ได้จากสาหร่าย Spirulina  ซึ่งเป็นแหล่งที่ให้ปริมาณโปรตีนสูงถึง 60-70% อุดมด้วยกรดอะมิโนหลายชนิดล้วนมีประโยชน์มากมาย เช่น

-ไอโซลิวซีน (Isoleucine) :  จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ผิวหนัง
- ลิวซีน (Leucine) : กระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มกำลังให้กล้ามเนื้อ
- ไลซีน(Lysine) : เสริมสร้างการเจริญเติบโต สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและภูมิคุ้มกันระบบโลหิต มีผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตแข็งแรง
- เมทไทโอนีน ( Methionine) : ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและกรดไขมัน จึงบำรุงรักษาตับได้ และเป็นสารต้านความเครียด ทำให้ประสาทผ่อนคลาย
- เฟนิลอะลานีน ( Phenylalanine ) : มีความจำเป็นสำหรับต่อมไธรอยด์ต่อการสร้างฮอร์โมนไธรอยด์ ที่จำเป็นต่อการเผาผลาญอาหารของร่างกาย
- เทรีโอนีน ( Threonoine ) : ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ให้มีการย่อยและการดูดซึมที่ดีขึ้น ช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันที่ตับ
- ทริพโตเฟน ( Tryptophan ) : ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินบีได้มากขึ้น ส่งผลให้เซลล์ประสาทแข็งแรงและทำงงานได้ดีขึ้น ทำให้ช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้เกิดความสงบใจเย็นลงได้
- วาลีน (Valine ) : กระตุ้นการทำงานของระบบการควบคุมอารมณ์ และการประสานงานการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

 2.  ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและฟื้นฟูความสดชื่นให้กับร่างกายเนื่องจากในสาหร่ายสไปรูลิน่า จะให้สารไฟโคไซยานิน ( Phycocyanin ) และโพลีแซคคาไรด์ ( Polysaccharide ) ซึ่งจะกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว จึงช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทาน

3.  ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง เนื่องจากอุดมด้วยธาตุเหล็กและโฟลิก แอซิค

4.  ช่วยปรับสมดุลของระบบขับถ่าย สาหร่ายสไปรูลิน่ายังจัดเป็น Dietary fiber และมี คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll ) จึงสามารถปรับสมดุลของระบบขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก

5.  ช่วยบำรุงระบบประสาท สาหร่ายสไปรูลิน่าอุดมด้วยกลุมวิตามินบีจ่างๆ เช่น บี 1 บี2 บี6 บี12 จึงช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้

6.  ป้องกันโรคไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยสาหร่ายสไปรูลิน่า มีกรดแกมม่าไลโนเลนิก (GLA)  ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นของร่างกาย ที่ช่วยลดปริมาณของคลอเรสเตอรอลในเลือดอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคดังกล่าวได้

7.  บำรุงสายตา ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ในสาหร่ายสไปรูลิน่าจัดว่าเป็นแหล่งที่อุดมด้วยสารกลุ่มคาร์โรทีนอยด์ โดยเฉพาะเบต้าคาร์โรทีน ซึ่งจะเป็นสารที่ให้วิตามินเอ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสายตา

8.  คุณค่าอื่นๆของสาหร่ายสไปรูลิน่า ยังมีอีกมากมายอาทิเช่น ให้แคลเซียม ป้องกันกระดูกพรุน ยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นวิตามินอี เบต้าแคโรทีน แร่ธาตุสังกะสี แมงกานีส ซิลิเนียม ซึ่งจะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาทำลายเซลล์ต่างๆของร่างกายและยังมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องผิวต่อแสงแดด และยังช่วยในการชะลอริ้วรอยด้วยเช่นกัน
 

5. Apple extract (สารสกัดจากแอปเปิ้ล)

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่นิยมทานกันอย่างมาก ด้วยรสชาติที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ และอร่อย บวกกับเป็นผลไม่ที่มีคุณประโยชน์หลากหลาย ส่งผลให้แอปเปิ้ล ก็ยังคงเป็นผลไม้ที่ขายดีที่สุดชนิดหนึ่งแต่แอปเปิ้ลแต่ละสีแต่ละชนิดก็มีคุณค่าและประโยชน์มากมาย ในแอปเปิ้ลมีวิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินเอ กรดโฟลิก วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี และเหล็ก ยังไม่หมดแค่นั้นในแอปเปิ้ลยังประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

ประโยชน์ของแอปเปิ้ล

1 แอปเปิ้ลอิ่มนาน น้ำตาลน้อย  น้ำตาลฟรักโทสที่อยู่ในแอปเปิลเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานอย่างช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น ไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนเวลาที่เรากินขนมหวานอื่นๆ ทำให้รู้สึกอิ่มนานและไม่หิวบ่อย
2 แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ที่มีประโยชน์ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค และยังมีกรดอินทรีย์อีก 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งกรดนี้ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันได้ดี
3 แอปเปิ้ลมีสรรพคุณต้ายอนุมูลอิสระ วิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในแอปเปิล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่ง เรียบเนียน
4 แอปเปิลมีสรรพคุณบำรุงปอด ช่วยให้ปอดแข็งแรง เพราะในผลแอปเปิ้ลมีสารเคอร์ซีทิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดอย่างได้ผล และยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
5 แอปเปิ้ลเหมาะกับผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือผู้ป่วยเบาหวาน เพราะแม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลธรรมชาติมาก แต่น้ำตาลนี้จะเพิ่มขึ้นในเลือดอย่างช้าๆ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ นอกจากนั้นยังพบว่าคนที่กินอาหารที่มีใยอาหารมากๆ มีโอกาสเป็นเบาหวานต่ำกว่าคนที่กินใยอาหารน้อย
6 แอปเปิ้ลมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรด ไขข้อรูมาติก โรคเกาต์ ดีซ่าน
7 แอปเปิ้ลมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งลำไส้ เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่าเพคติน เส้นใยตัวนี้มีคุณสมบัติพองตัว จึงช่วยเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ แถมยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง และป้องกันโรคหัวใจได้
8 ประโยชน์ของแอปเปิ้ลช่วยกำจัดสารพิษ  โดยเปลือกของแอปเปิ้ลก็มีความสำคัญ เพราะมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ กำจัดสารพิษในร่างกาย การกัดกินแอปเปิลทั้งผลพร้อมเปลือกร่างกายจะได้ประโยชน์มากกว่าปอกเอาเปลือกออก แต่ก่อนกินควรล้างน้ำให้สะอาดเพื่อลดสารพิษที่ติดอยู่ที่ผิวเปลือกด้วย
9 แอปเปิลมีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด เทียบเท่ากับวิตามินซีถึง 1,500 มิลลิกรัม ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนี้จะไปขัดขวางการเติบโตของเซลล์มะเร็ง แถมยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้
10 แอปเปิ้ลเป็นผลไม้สำหรับการลดน้ำหนักชั้นยอด เพราะแอปเปิ้ลมีน้ำตาลน้อย จึงกินได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน รวมทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารได้ดี มีใยอาหารสูง ช่วยให้การขับถ่ายได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย
11 แอปเปิ้ล มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ช่วยล้างสารพิษที่สะสมในตับ และป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิดได้
12 แอปเปิ้ลมีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1 ใน 4 ของปริมาณของวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ และลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้ดี
 

6. Centella Asiatica Extract (สารสกัดใบบัวบก)

สารสกัดใบบัวบก มีฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระลดรอย หมองคล้ำ รอยด่างดำของผิว รอยแดง รอยแผลเป็นต่างๆ ลดอาการบวมช้ำ โดยเฉาะรอยคล้ำใต้ตา จะเลือนหายไปในเวลาอันรวดเร็ว กระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ในชั้นผิวได้ดีเยี่ยมไม่แพ้สารอื่นๆ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอ ช่วยรักษาแผล มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง ฆ่าเชื้อรา ลดการอักเสบของแผล สร้างเซลล์ผิวใหม่ทำให้รอยแผลเป็นมีขนาดเล็กลง ยับยั้งกระบวนการเกิดแผลเป็นชนิดนูน ซึ่งทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและตึงกระชับ ลบริ้วรอยเหี่ยวย่นนอกจากนั้นในใบบัวบกยังมีสารที่เป็นตัวช่วย ในการสมานแผล ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เนื้อเยื่อทำงานได้เต็มที่สมานกันได้ดี และที่สำคัญคือมีฤทธิ์เป็น Anti-oxidant ที่สูงกว่าวิตามิน E ถึง 5 เท่า

ประโยชน์ของใบบัวบก

1. ใบบัวบกมีสรรพคุณที่แก้อาการช้ำในหรือได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแทก โดยจะช่วยสลายเลือดที่คั่งค้าง ลดอาการปวดบวมและการอักเสบให้ทุเลาลง
2. ใบบัวบกมีฤทธิ์เย็นและรสขม จึงช่วยแก้ไข้ ร้อนใน ตัวร้อน อ่อนเพลีย กระหายน้ำและเหงื่อออกมากในช่วงอากาศร้อนได้ดี
3. ใบบัวบกช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เสริมสร้างให้ความจำดีขึ้น เพิ่มสมาธิ และช่วยชะลอการเกิดโรคความจำเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ
4. ใบบัวบกมีสารสำคัญอย่างโซเดียม มีฤทธิ์ในการสมานแผลให้หายเร็ว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
5. ใบบัวบกมีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะติดขัด ป้องกันการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และยังช่วยรักษาโรคดีซ่านด้วย
6. ประโยชน์ของใบบัวบกช่วยดูแลเรื่องสายตา โดยมีสรรพคุณช่วยรักษาและฟื้นฟูสายตาจากอาการตาอักเสบ บวมแดง ระคายเคืองตา แพ้แสง และตาแห้ง เพราะใบบัวบกมีวิตามินเอสูง
7. ใบบัวบกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ให้มีความยืดหยุ่นสามารถทำงานได้ดีขึ้น
8. ใบบัวบกมีสรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนัง อย่างโรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน หัด หิด และผดผื่นคันตามผิวหนัง
9. ประโยชน์ของใบบัวบกกับอารมณ์ ใบบัวบกจะทำให้ร่างกายและอารมณ์สดชื่น จิตใจสงบและผ่อนคลาย ส่งผลให้นอนหลับได้ง่ายและสนิทขึ้น
10. ใบบัวบกมีประโยชน์ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ กลืนอาหารกลืนน้ำลำบาก หรือคอเป็นหนอง บำรุงเสียงได้ด้วย
11. ใบบัวบกเหมาะกับการใช้รักษาโรคบิด เพราะช่วยแก้อาการเริ่มที่จะเป็นโรคบิด ปวดเบ่งอุจจาระหรือมีเลือดปนเมื่อขับถ่าย และยังช่วยรักษาอาการท้องเสีย
12. ประโยชน์ของใบบัวบกกับโรคมะเร็ง โดยใบบัวบกมีสารที่ช่วยชะลอและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่อาจจะเป็นมะเร็งได้
13. ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดี สามารถไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดอาการปวดศีรษะหรือวิงเวียนศีรษะลงได้
14. ประโยชน์ของใบบัวบกกับความงาม ใบบัวบกสามารถนำมาคั้นเอาน้ำเพื่อใช้บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส รักษาสิว และลบรอยตีนกาที่เป็นรอยตื้นๆ

 
7. Grape Seed extract Powder (สารสกัดจากเมล็ดองุ่น)

 เมล็ดและเปลือกขององุ่น มีสารฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า โปรแอนโธไซยานิน สารนี้เมื่อรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของโอริโกเมอริค โปรแอนโธไซยานิน (Oligometic proanthocyanidin) มีคุณสมบัติและคุณภาพสูงในการกำจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง ได้ดีกว่า”วิตามินซี 20 เท่า” และมากกว่า “วิตามินอี 50 เท่า”

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

1.  เป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูง
2.  สารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีสารสำคัญคือ OPCs ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการเสื่อมหรือถูกทำลายของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายจากอนุมูลอิสระ
3.  ช่วยในการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตผ่านระบบหลอดเลือดฝอยไปทั่วร่างกายมากขึ้น
4.  ป้องกันและรักษาโรคหัวใจ โดยยับยั้งการจับตัวของเกล็ดเลือด และเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือด
5.  ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของโปรตีนคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin)
6.  ป้องกันการเสื่อมของจอรับภาพจากอาการเบาหวาน
7.  คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณ ช่วยให้ผิวหน้าเนียนใส เปล่งปลั่ง ชะลอริ้วรอยแห่งวัย
8.  สาร OPCs ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานินที่มีมากเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกระ ฝ้า และความหมองคล้ำบนผิวหน้า

 
8. Coenzyme Q10 10% (โคเอ็นไซคิวเท็น)

พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกายที่มีชีวิต และมีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยโคเอนไซม์ คิวเทน เป็นสารที่มีคุณสมบัติละลายในไขมัน โดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (membrane) ของไมโตคอนเดรีย ที่ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานพื้นฐานของเซลล์ สามารถพบ โคเอนไซม์ คิวเทน มากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง เช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต กล้ามเนื้อ การมีระดับ โคเอนไซม์ คิวเทนในร่างกายเพียงพอ จะทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ต่างๆ แล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายอีกด้วย

ประโยชน์ของโคเอนไซม์คิวเท็น

1. โคเอนไซม์คิวเท็นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างพลังงาน
2. มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพราะถ้าหากร่างกายขาด Coenzyme Q10 เซลล์ในร่างจะหยุดทำงานทันที !
3. มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
4. Coenzyme Q10 มีคุณสมบัติคล้ายกับวิตามินอี ช่วยเสริมการทำงานของหัวใจ เพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
5. ช่วยรักษาโรคเหงือก ชะลอความผิดปกติและการดำเนินของโรคพาร์กินสันได้
 

9. Chromium Picolinate (โครเมี่ยม พิโคลิเนต)

Chromium (โครเมียม) คืออะไร ?

เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงานไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกาย มีความสำคัญอย่างยิ่งกับขบวนการเมตาลิซึมของคาร์โบไฮเดรต และช่วยเสริมการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดเข้าไปในเซลล์

เพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานสำรอง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และช่วยลดความอยากน้ำตาล นอกจากนั้น Chromium ยังสามารถควบคุมระดับของปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดย จะไปเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิด HDL ซึ่งเป็นชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และลดการสร้าง LDL ได้

เมื่อเรามีอายุมากขึ้นร่างกายเราจะค่อยๆขาดโครเมี่ยมไปเรื่อยๆ นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้คุณเสี่ยงต่อโรคร้ายอย่างโรคเบาหวานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ประโยชน์ของโครเมียม พิโคลิเนต

1. ช่วยในการเมตาบอริซึมของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดยเฉพาะการใช้กลูโคสในร่างกาย
2. มีผลในเรื่องของการลดน้ำหนัก คือ มันไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และไปเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
3. มีส่วนในการช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ (ในขบวนการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต)
4. เป็นส่วนประกอบของสารที่เรียกว่า GTF (Glucose Tolerance Factor) โดยทำงานร่วมกับ ไนอาซิน และ กรดอะมิโนอีกหลายชนิด
5. เมื่อขาดจะทำให้เกิดอาการเหมือนกับคนที่มีภาวะต้านอินซูลิน และเบาหวานชนิดที่ 2 ระดับโครเมียมในเลือดที่ต่ำ สัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
6. ช่วยการเจริญเติบโต
7.ช่วยป้องกันพิษจากตะกั่ว
8. ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
9. ทำงานเป็นเกราะป้องกันโรคเบาหวาน ช่วยป้องกันอาการขาดน้ำตาล และอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรงเฉียบพลัน
10. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้
11.ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและช่วยลดความดันโลหิต
12. เป็นตัวที่มีบทบาทร่วมกับ RNA ในการสังเคราะห์โปรตีน
 
 
 
นี่ใช่ปัญหาที่คุณพบหรือไม่?
 
- ความเสี่ยงโรคหัวใจ
- เส้นเลือดในสมองตีบ/แตก/ตัน
- เบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูง เลือดข้น
- เกล็ดเลือดต่ำ เลือดจาง
- แขน ขา ชา
- โลหิตจาง
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหลอดเลือดสมอง Stroke
- หลอดเลือดหัวใจตีบ
- คอเลสเตอรอลสูง
- ไขมันอุตตันในเส้นเลือด
 

หากคุณมีปัญหาเหล่านี้ เรามีตัวเลือกให้คุณ?
คนที่จำเป็นต้องทาน K.O


- อาชีพที่อยู่ใกล้คลื่นแม่เหล็ก รังสี ห้อง X-Ray เสาไฟฟ้าแรงสูง
- คนที่กินอาหารที่อุ่นจาก Microwave
- คนที่ชอบกินของหวานมัน กินโต๊ะแชร์ สังสรรค์บ่อย
- นักธุรกิจที่มีความเครียด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนน้อย
- ผู้ป่วยที่นอนตลอด
- คนที่ชอบทำร้ายร่างกาย ดื่ม สูบ เที่ยวดึก นอนดึก
- มีสิว ฝ้า ลมหายใจมีกลิ่น ร้อนใน มีแผลในปาก
- ชาวนาชาวไร่ อยู่ใกล้สารพิษ DDT ยาฆ่าหญ้า
- เบาหวาน หัวใจ ความดัน ไขมันสูง ตับเสื่อม ไตเสื่อม
- ซีด เหลือง อ่อนเพลีย
- สตรีที่เสียเลือดมากจากการมีประจำเดือน



Scroll

Warning: Unknown: write failed: No space left on device (28) in Unknown on line 0

Warning: Unknown: Failed to write session data (files). Please verify that the current setting of session.save_path is correct (/home/admin/tmp) in Unknown on line 0