อเลอไทด์ (ALERTIDE)

1,765

เลข อย./เลขที่จดแจ้ง : 10-1-06045-1-0040

ปริมาณ : 30 เม็ด / กล่อง

หมวดหมู่ : อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

สถานะสต๊อกสินค้า : มีสินค้า

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับดูแลระบบประสาทและสมอง นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่รวมสารสกัดที่ดีที่สุดไว้ในหนึ่งเดียว






อเลอไทด์ (Alertide)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับดูแลระบบประสาทและสมอง ฟื้นฟูความจำ บำรุงสมอง แก้ปัญหา สมาธิสั้น จำยาก ลืมง่าย
นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่รวมสารสกัดที่ดีที่สุดไว้ในหนึ่งเดียว สมองดี ความจำดี ต้องอเลอไทด์ (Alertide)


ทำไมต้อง อเลอไทด์ (Alertide)... ?

อเลอไทด์ เป็นอาหารเสริมสารบำรุงสมอง สกัดจากธรรมชาติกว่า 12 ชนิด จึงทำให้ไม่เกิดผลข้างเคียงในการใช้งาน ที่มีผลช่วยทำให้งานของสมองสมดุล ทำให้มีสมาธิมากขึ้น มีความสามารถในการจดจำดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น
 

อเลอไทด์ (Alertide) เหมาะสำหรับ...?

 
► ผู้ที่ต้องการบำรุงดูแลสมอง
► ผู้ที่มีอาการสมาธิสั้น จำยาก ลืมง่าย
► ผู้ที่อยู่ในวัยศึกษา เล่าเรียน ผลการเรียนไม่ดี
► วัยทำงานซึ่งใช้สมองเยอะ แก้ปัญหา สมองล้าบ่อย ๆ
► ผู้ที่วิตกกังวัล เครียด
► ผู้ป่วยความจำเสื่อม หรือเสื่อมจากอายุที่มากขึ้น
► ผู้ป่วย อัลไซเมอร์ สูญเสียความทรงจำ
► ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ สมองเบลอ ไม่ปลอดโปร่ง

 ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย หญิงตั้งครรภ์ก็ทานได้ 



สรรพคุณของ อเลอไทด์ (Alertide)
 
► ช่วยฟื้นฟูความจำและบำรุงสมอง
► ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
► ช่วยทำลายและขจัดสารพิษจากตับ
► ต้านเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงของการเป็นโรค
► ช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง
► บำบัดรักษาการอักเสบของเส้นประสาทในสมอง
► ช่วยบำรุงประสาทและสมองช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้
► ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
► เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดขาว
► ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน ช่วยแก้ไขอารมณ์ ซึมเศร้า
► ช่วยคลายเครียด ช่วยฟื้นฟูความจำ
► ช่วยป้องกันสมองและตับจากการถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ ยา และ การสูบบุหรี่
► ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้สมาธิดีขึ้น คิดอ่านได้ดีขึ้น
► เพิ่มคุณภาพการหลับ ช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น
► ช่วยป้องกัน มะเร็งต่างๆ ลดอาการภูมิแพ้และไข้หวัด
► ช่วยให้มีสมาธิในการเรียน การทำงาน จดจ่อกับสิ่งนั้นๆได้นานยิ่งขึ้น
 
ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล

ขนาดรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล (ก่อนนอน)

เลขทะเบียน อ.ย. 10-1-06045-1-0040

 






สรรพคุณของพรมมิ

ตามตำรายาไทยนั้น เป็น พืชสมุนไพร ใช้เป็นยาขับโลหิต แก้ไข้ ขับพิษร้อน ขับเสมหะ บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ และบำรุงประสาท ผ่านการทดสอบประสิทธิผลและความปลอดภัย เหมาะกับผู้ที่มีความต้องการชะลอความเสื่อมของสมอง

 
พรมมิ มีกลไลในการป้องกันสมองเสื่อมได้อย่างไร...?

เพิ่มความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในสมองซึ่งเกี่ยวกับการเรียนรู้ และการเก็บข้อมูล ทำให้มีปริมาณสารสื่อประสาทมากขึ้น ได้แก่ การตื่นตัว การเรียนรู้ และความจำควบคุมการเคลื่อนไหว เพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่สมอง แต่ไม่มีผลต่อความดันโลหิต
 
 
พรมมิ ต่างกับ แปะก๊วย อย่างไร...?

ผลการศึกษาวิจัยของพรมมิ และ แปะก๊วย ต่อการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนโลหิตบนผิวเปลือกสมอง ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ พบว่า
 
♦ เหมือนกัน คือ สารสกัดสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด มีประสิทธิผลในการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหลอดเลือดแดงบนเยื่อหุ้มสมอง
♦ ต่างกัน คือ พรมมิไม่มีผลทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลงไป
 

พรมมิ มีความปลอดภัยในการใช้หรือไม่...?

พรมมิ มีความปลอดภัยเนื่องจากมีการใช้มายาวนานทั้งในตำรับยาไทยและตำรับยาอายุรเวท ของอินเดีย อีกทั้งมีการศึกษาพิษเฉียบพลัน การศึกษาพิษกึ่งเรื้อรัง และการศึกษาพิษเรื้อรัง รวมทั้งการศึกษาในมนุษย์ ก็ไม่พบพิษหรืออาการข้างเคียง






คือส่วนที่สกัดมาจากส่วนของเนื้อ หนัง หัว และหางของปลา โดยเฉพาะปลาในเขตหนาว ซึ่งในน้ำมันปลาจะมีกรดไขมันอยู่หลายชนิด

น้ำมันปลาประกอบด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 และกรดไขมันโอเมก้า-6 สำหรับกรดไขมันโอเมก้า-3 นั้นจะแบ่งออกเป็น EPA และ DHA เป็นหลัก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก เพราะว่าร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ และต้องได้รับจากสารอาหารเท่านั้น สำหรับกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า-6 นั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยลดไขมันในเลือดได้

นอกจากปลาแล้วยังพบมากในน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

น้ำมันปลา จากแหล่งธรรมชาติที่ดีควรมาจากปลาทะเล อย่างเช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคเคอเรล ปลาแอนโชวี่ ปลาไวท์ฟิช ปลาบลูฟิช ปลาชอคฟิช ปลานิลทะเล ปลาดุกทะเล หอยกาบ หอยนางรม หอยพัด กุ้ง ปลาหมึก และสำหรับปลาอื่น ๆ เผื่อไว้เป็นตัวเลือก เช่น ปลาตาเดียว ปลามาฮิมาฮิ ปลากะพงแดง ปลาเทราต์ 

 
ประโยชน์ของน้ำมันปลา
► ช่วยบำรุงสุขภาพผิว เส้นผม และเล็บให้มีสุขภาพดี
► น้ํามันปลาช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้
► ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์ที่เป็นอันตราย
► ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
► ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
► ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก
► น้ํามันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว
► ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด เพราะไปลดความหนืดของเกล็ดเลือดและลดปริมาณสารไฟบรินในเลือด
► ช่วยรักษาและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม
► ช่วยบรรเทาอาการคันและแห้งของโรคสะเก็ดเงิน
► ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของโรคปวดศีรษะไมเกรน
► ช่วยต่อต้านผลร้ายจากสารโพรสตาแกลนดิน ซึ่งมีส่วนไปลดภูมิต้านทานของโรคและไปเพิ่มการเจริญเติบโตของเนื้องอก
► ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ปวด บวมของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
► ช่วยเพิ่มพัฒนาการในด้านสายตาและสมองของทารก
► ช่วยป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

 
 

 
เบต้า กลูแคน เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่พบในผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เชื้อรา  ยีสต์ สาหร่าย หรือพืช อย่างข้วโอ๊ต และข้าวบาร์เล่ย์ ประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคส
 
 
ประโยชน์ของเบต้า กลูแคนต่อด้านต่างๆ
 
 
เบต้า กลูแคน : ช่วยลดคอเลสเตอรอล
 
จากการศึกษาพบว่า เบต้า กลูแคนที่ทำจากยีสต์ หรือข้าวบาร์เล่ย์ สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลรวม และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้ แต่ทั้งนี้ บางงานวิจัยยังคงให้ผลข้อมูลที่ขัดแย้งที่ว่า การรับประทานเบต้า กลูแคน อาจไม่มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งน่าจะมาจากวิธีการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบต้า กลูแคน
 
 
เบต้า กลูแคน : มีผลต่อโรคภูมิแพ้
 
มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากมีการศึกษา โดยให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้รับประทานอาหารเสริม ที่มีส่วนประกอบของเบต้า กลูแคน จากยีสต์ ทุกวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า อาการภูมิแพ้ดีขึ้น และมีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งเร้าได้มากขึ้น

 
เบต้า กลูแคน : กับโรคมะเร็ง
 
เบต้า กลูแคน เคยถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ด้วยการฉีดเข้าเส้นเลือดดำ หรือฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อ ผลลัพธ์ที่ได้คือ สามารถยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งได้ แต่ต้องมีการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี
  
 
เบต้า กลูแคน : กระตุ้นภูมิคุ้มกันในผู้ป่วย HIV
 
จากการวิจัย แสดงให้เห็นว่า การใช้เบต้า กลูแคน ฉีดเข้าเส้นเลือดดำ 1-2 ครั้ง ทุกสัปดาห์ เพิ่มการทำงานของภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ได้
 
 
เบต้า กลูแคน : ลดอาการของโรคลำไส้แปรปรวน
 
การใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาสำหรับรักษาโรคลำไส้แปรปรวน ที่มีเบต้า กลูแคน และเอนไซม์ย่อยอาหาร ช่วยลดอาการปวด ท้องอืด และลดก๊าซในกระเพาะอาหาร

 

 
จัดอยู่ในตระกูลวิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) สามารถละลายได้ทั้งในน้ำและแอลกอฮอล์ (Alcohol)
 
โคลีน ไบทาร์เทรต (Choline Bitartrate) เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทชื่อ อะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่มีความเกี่ยวข้องในการกระตุ้นหรือยับยั้งระบบประสาทส่วนกลางและทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับความรู้สึกเจ็บปวด ร้อน หนาว การรับรสชาติ การคลื่นไส้ อาเจียน สรีรวิทยาของการตี่น การนอน การฝัน และอาการซึมเศร้า โคลีน (Choline) จึงมีบทบาทต่อความจำและการควบคุมกล้ามเนื้อในร่างกาย

 
ประโยชน์ของโคลีน
 
 ช่วยลดการสะสมตัวของคอเลสเตอรอลได้
 ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
 ช่วยกำจัดสารพิษและยาที่ค้างในร่างกาย โดยช่วยเสริมการทำงานของตับ
 ช่วยในกระบวนการส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะในสมองส่วนที่ทำงานที่ด้านความจำ
ช่วยต่อสู้กับปัญหาความจำเสื่อมในวัยสูงอายุ
 ช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้
 ช่วยป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
 ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
 
 

เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้ จัดเป็น กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น (non essential amino acid) ลักษณะเป็นผลึกสีขาว ได้จากกระบวนการแยกสลายด้วยน้ำ (ไฮโดรไลซีส) ของโปรตีน เช่น เครซิน และตัวตั้งต้นของอะดรีนาลีน, ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไทรอยด์ (ไทรอกซิน) และเม็ดสี (Melanin)


ประโยชน์ของ แอล-ไทโรซีน
 
มีบทบาทในการกระตุ้นและปรับเปลี่ยนการทำงานของสมอง ส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง และต่อมไทรอยด์ ทั้งยังช่วยกระตุ้นการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน ช่วยแก้ไขอารมณ์ซึมเศร้า ช่วยคลายเครียด ช่วยฟื้นฟูความจำ ช่วยกระตุ้นความรู้สึก เพิ่มแรงขับทางเพศ และการสร้างของนอร์เอพิเนฟวิน ซึ่งช่วยยับยั้งความอยากอาหาร โดยช่วยควบคุมศูนย์กลางความรู้สึกหิวในไฮโปธาลามัสส่วนใต้สมอง ทำหน้าที่เหมือนยาระงับความอยากอาหาร
 
แหล่งที่พบไทโรซีน ในธรรมชาติ พบมากใน ผลมะเม่า, กล้วย, ผลิตภัณฑ์จากนม, ผลอะโวคาโด, อัลมอนด์, เมล็อฟักทอง และเมล็ดงา
 
 

เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับกระแสประสาท ที่ให้ผลในเรื่องการผ่อนคลาย ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ธีอะนีนเป็นสารสำคัญที่พบมากใน ชาเขียว (Green Tea)
 

ประโยชน์ของแอล-ธีอะนีน

≈ ช่วยผ่อนคลายความเครียด (Relaxation Effect) 
≈ ทำให้สมาธิดีขึ้น คิดอ่านได้ดีขึ้น (Cognitive Enhancing effect) 
≈ ลดความเครียดต่อแรงกดดัน (Anti stress effect) 
≈ เพิ่มคุณภาพการหลับ ช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น (Promote good sleep-wake cycle) 
 
ข้อควรระวังในการใช้ธีอะนีน
เนื่องจาก ธีอะนีน เป็นสารที่มีผลต่อจิต สมาธิ และความเครียด เหมาะในคนปกติที่มีความเครียดในระดับชีวิตประจำวัน ไม่สามารถใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคอย่างรุนแรงได้ จึงถือเป็น ข้อห้ามรับประทาน ในผู้ป่วยโรคจิตประสาท ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า โรค จิตเภท ก้าวร้าว หรือ ออทิสทิก และอื่น ๆ รวมทั้งโรคลมชักด้วย และไม่สามารถใช้แทนยาที่แพทย์สั่งได้ กรณีที่เป็นโรคทางจิต ทานยาจิตเวชอยู่ถือเป็นข้อห้ามในการรับประทาน แอล-ธีอะนีน
 
 

เป็นกรดอะมิโน ชนิดหนึ่งที่เป็นสารตั้งต้นในการการสร้าง กลูต้าไธโอนให้กับร่างกายโดยจะทำงานร่วมกันกับ ไกลซีน(Glycine) และกรดกลูตามิก(Glutamic acid) ที่มีมากในของร่างกายเรา และสารที่จะสั่งให้เกิดการฟอร์มพันธะเป็นกลูต้าไธโอนได้นั้นคือ กลุ่มวิตามินซี หรือแคลเซี่ยม แอสคอร์เบต (Calcium Ascorbate) สร้างขึ้นที่ตับ

นอกจากนี้ ยังช่วยในการสร้างเอ็นไซม์ต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินซี ซึ่งได้ร่วมกันซ่อมแซมสารพันธุกรรม ที่อาจเปลี่ยนแปลงการเป็นมะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย


แอล-ซีสเตอีน(L-Cysteine) กับการบำรุงผิว

เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างโปรตีนเคราติน (keratin) ที่ใช้ในการสร้างผิว ผม เล็บให้มีสุขภาพดี ช่วยให้รากผมแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย


แอล-ซีสเตอีน(L-Cysteine) กับเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน(Immune Enhancer)

กระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอมรวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ช่วยในการสร้างเอ็นไซม์ต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินซี ซึ่งได้ร่วมกันซ่อมแซมสารพันธุกรรม ที่อาจเปลี่ยนแปลงการเป็นมะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย

 
 

โปรตีนจากถั่วเหลือง : เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

โปรตีนจากถั่วเหลืองประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acids) ซึ่งจำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อรวมทั้งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย


โปรตีนจากถั่วเหลือง : ปรับสมดุลฮอร์โมน

Isoflavone (Daiazein และ Genistein) มีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ช่วยบรรเทาอาการอันเนื่องมาจากภาวะหมดประจำเดือนในผู้หญิง เช่น อาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน เหงื่อออกในเวลากลางคืน นอนหลับไม่สนิท ผิวพรรณและช่องคลอดแห้ง เป็นต้น


โปรตีนจากถั่วเหลือง : ป้องกันโรคกระดูกพรุน

Isoflavone (Daiazein และ Genistein) ช่วยยับยั้งการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน


โปรตีนจากถั่วเหลือง : บำรุงผิวพรรณ

Isoflavone (Daiazein และ Genistein) มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายและมีคุณสมบัติเป็น Phytoestrogen ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน


โปรตีนจากถั่วเหลือง : ทดแทนมื้ออหาร

โปรตีนจากถั่วเหลืองประกอบด้วยโปรตีนปริมาณสูง มีคาร์โบไฮเดรต คอเลสเตอรอล และน้ำตาลแลคโตสต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานเพื่อทดแทนมื้ออาหารในการควบคุมน้ำหนัก


โปรตีนจากถั่วเหลือง : ลดอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ข้อมูลจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวว่าการได้รับโปรตีนถั่วเหลือง 25กรัมต่อวัน ร่วมกับอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลต่ำสามารถลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้


โปรตีนจากถั่วเหลือง :  ป้องกันมะเร็ง

Isoflavone (Daiazein และ Genistein) มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้สาร Genistein ในถั่วเหลือง มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสสร้างเส้นเลือดใหม่ (Anti-Angiogenesis)และยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งไม่เจริญเติบโต

 
 
 

เป็นกรดอะมิโน ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท มีผลดีต่อการทำงานของต่อมหมวกไต ทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเพศ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ทอรีนจะมีธาตุสังกะสี (Zinc) เป็นตัวส่งเสริมการออกฤทธิ์ให้ได้ผลดียิ่งดีขึ้น

ทอรีนจัดว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองของทารกแรกเกิดและในวัยทารกจะมีปริมาณทอรีนมากกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงวัยเจริญเติบโตร่างกายจะต้องการทอรีนในปริมาณมาก


คุณประโยชน์ต่างๆ ของทอรีนต่อร่างกาย
 
► แก้อาการอ่อนเพลีย รู้สึกสดชื่น และมีพลังในระหว่างวัน
► ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ป้องกันโรควิตกกังวล
► ช่วยรักษาโรคลมชัก ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
► ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจใช้แคลเซียมได้อย่างสมดุลในการหดตัว ซึ่งไม่ทำให้เกิด Calcium Overload ต่อหัวใจ แม้จะอยู่ในสภาวะที่มีระดับแคลเซียมสูง ทำให้เชื่อว่าสามารถช่วยรักษาภาวะหัวใจวายได้
► บำรุงดวงตา ส่งเสริมการมองเห็นและป้องกันศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม และช่วยในการทำงานของเรตินาในการรับแสง ปกป้องเรติน่าจากการทำลายของแสงที่รุนแรงและสารเคมีต่าง ๆ
► เพิ่มการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ สำหรับผู้ชายที่เป็นหมัน (Male Infertility) อันเนื่องจากSperm ไม่เคลื่อนที่หรือไม่มีกำลังเคลื่อนที่ ซึ่งทอรีนจะช่วยให้สภาวะดังกล่าวดีขึ้นได้
► สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง(Hypertension) โดยกลไกจะทำงานเกี่ยวข้องกับระบบ Renin-Angiotension ของไต ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมความดันโลหิต
► ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท จึงพบทอรีนมาก ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งกระแสประสาท เช่น สมองส่วนกลาง และพบมากในอวัยวะ ที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัส และแหล่งรวมกระแสประสาททั้งหลาย
ส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

► ช่วยในการทำงานของตับและตับอ่อนโดยการสร้าง Taurocholate ซึ่งจะไปช่วยทำให้ไขมันที่รับประทานเข้าไปแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ สามารถถูกย่อยและเผาผลาญได้ง่ายขึ้น ร่างกายของเราจึงสามารถนำพลังงานเหล่านั้นไปใช้เป็นกำลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น
► ช่วยปกป้องปอด โดยป้องกันเนื้อปอดไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
► ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
► ช่วยในการทำงานของแคลเซียม ช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
► ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 
 

วิตามินบี1

♦ ช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ ทำให้หัวใจทำงานเป็นปกติ
 ช่วยบำรุงสมอง ความคิด สติปัญญาให้ดีขึ้น
 ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต
 ช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งได้ดี
 ช่วยบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน
 ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดทำฟัน
 ช่วยรักษาโรคงูสวัด
 ช่วยรักษาโรคเหน็บชา

วิตามินบี 6


 ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง
 ช่วยชะลอวัยได้
 ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต
 ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
 ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
 ช่วยเปลี่ยนรูปของทริปโตเฟน ให้เป็นวิตามินบี 3
 ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนังหลายชนิด
 ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
 เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
 ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน มือชา ขาเป็นตะคริว และปลายประสาทที่แขนขาอักเสบบางชนิด
 ช่วยลดอาการปากแห้งและปัญหาด้านการปัสสาวะที่เกิดจากการรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก


วิตามิน บี12


 ช่วยบำรุงประสาททำให้ระบบประสาทแข็งแรงขึ้น
 ช่วยเพิ่มสมาธิ ความจำ และการทรงตัว
 ช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิด ลดความเครียด
 ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
 ช่วยทำให้เด็กเจริญอาหาร
 ทำให้ร่างกายสามารถใช้ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตได้อย่างเหมาะสม
 มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง
 ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งจากการสูบบุหรี่
 ปริมาณ 80 ไมโครกรัมต่อวันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งของกระดูกและช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้





 




 



Scroll

Warning: Unknown: write failed: No space left on device (28) in Unknown on line 0

Warning: Unknown: Failed to write session data (files). Please verify that the current setting of session.save_path is correct (/home/admin/tmp) in Unknown on line 0